ย่อนิยายสั้นๆเรื่องAnimal Fram หวังว่าเพื่อนๆจะชอบนะคะ

By @tipwaree6/23/2019thai

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ เพื่อนๆรู้จัก แอนนิมอลฟา์ม กันมั๊ยค่ะ เอ้!!ตอนเเรกจิ๊บก็สงสัยว่ามันคืออะไรแต่ก็ไปได้มาอ่านจากร้านหนังสือที่เข้าเมื่อวาน ตอนเเรกก็คิดๆอยู่ว่า สัตว์เนี้ยน้ะจะขับไล่คนได้ แต่พอได้อ่านมันทำได้จริงๆโคตรน่าอัศจรรย์อ่ะทุกคน วันนี้จิ๊บจะมาเล่าเรื่องย่อๆของหนังสือเล่มนี้ให้ฟังนะคะทุกคน

65058507_706249749830120_4362483507583254528_n.jpg

ณ ฟาร์มแห่งหนึ่งเลี้ยงสัตว์มากมายหลายชนิด เจ้าของฟาร์มแมนเนอร์ฟาร์ม ชื่อว่าโจนส์ วันหนึ่งหมูเเก่ตัวหนึ่งใกล้จะตายชื่อว่า เมเจอร์ ซึ่งเป็นหมูที่สัตว์ทุกตัวนับถือ ได้ปลุกอุดมการณ์ของเหล่าสัตว์ว่ามนุษย์กดขี่สัตว์ให้ทำงานแลกกับส่วนแบ่งอันน้อยนิด แล้วกอบโกยผลผลิตไปแต่เพียงผู้เดียว ทำให้บรรดาสัตว์ในฟาร์มร่วมกันก่อการปฏิวัติ “จงจำไว้ว่าอุดมการณ์ของเจ้าจะต้องไม่หยุดชะงัก ไม่มีการตกลงใดๆ ที่จะทำให้เจ้าหลงทาง อย่าฟังหากมีมันคนบอกว่ามนุษย์และสัตว์มีผลประโยชน์ร่วมกัน” หมูแก่เมเจอร์ กล่าวก่อนตายจากไปด้วยโรคชราสัตว์ทุกตัวซึมซับอุดมการณ์เหล่านั้น และต่างมีเป้าหมายของการปฏิวัติตรงกันคือ “เพื่ออิสรภาพ” พวกหมูที่ถือกันว่าเป็นสัตว์ที่ฉลาดที่สุดในฟาร์ม ได้นำคำสอนของหมูแก่เมเจอร์มาเป็น “ลัทธิสัตว์นิยม” โดยมีหมูเป็นแกนนำ ในที่สุด “การปฏิวัติ” ก็สำเร็จ นายโจนส์เจ้าของฟาร์มถูกบรรดาสัตว์ขับไล่ออกไป และแมนเนอร์ฟาร์มก็ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “แอนิมอลฟาร์ม” โดยพวกหมูสรุปหลักการแนวคิดแบบลัทธิสัตว์นิยม ออกมาเป็นบัญญัติ 7 ประการ 1อะไรก็ตามที่เดินด้วยสองขาคือศัตรู 2อะไรก็ตามที่เดินด้วยสี่ขาหรือมีปีกคือมิตร 3 สัตว์จะต้องไม่สวมเสื้อผ้า 4สัตว์จะต้องไม่นอนบนเตียง 5สัตว์จะต้องไม่ดื่มเหล้า 6สัตว์จะต้องไม่ฆ่าสัตว์ด้วยกันเอง 7สัตว์ทุกตัวมีความเท่าเทียมกัน นอกจากนี้สัตว์ทุกตัวต้องเรียนอ่าน-เขียนให้เป็น แต่ก็เก่งเหมือนกันทุกตัว บัญญัติเจ็ดประการจึงถูกย่อลงสั้นๆ เหลือคติพจน์ที่ว่า “สี่ขาดี สองขาเลว” เมื่อภายในฟาร์มเปลี่ยนระบบการปกครองใหม่ หมูสโนว์บอลได้ประกาศว่า “เก็บเกี่ยวให้เร็วกว่าที่โจนส์และลูกน้องของมันเคยทำไว้” ด้านนโปเลียนรับหน้าที่ดูแลผลผลิตที่ได้จากการเก็บเกี่ยว และยังแอบเอาลูกหมาที่เพิ่งคลอดไปเลี้ยงเอาไว้เอง 9 ตัว สัตว์ทุกตัวต่างทำหน้าที่ของตัวเองอย่างขยันขันแข็ง โดยเฉพาะเจ้าม้าบ็อกเซอร์ ที่พูดอยู่เสมอว่า “ข้าจะทำงานให้หนักขึ้น”ส่วนพวกหมูซึ่งถือกันว่าเป็นสัตว์ที่ฉลาดที่สุดในฟาร์ม ทำหน้าที่ควบคุมกำกับสัตว์อื่นๆ ไปโดยปริยายเจ้าหมูสโนว์บอลที่พูดเก่ง มักได้ชัยชนะจากเสียงส่วนใหญ่หลังมีการอภิปราย ส่วนนโปเลียนเชี่ยวชาญในการหาเสียงระหว่างพักการประชุม โดยเฉพาะเสียงจากพวกแกะและแล้ววันนึงความจริงก็ถูกเปิดเผย จากข้อตกลงเดิมที่ว่าผลผลิตทั้งหลายจะได้รับการปันส่วนแก่ทุกตัวเท่าๆ กัน แต่กลับพบว่าน้ำนมและแอปเปิ้ลถูกลำเลียงไปเก็บที่ห้องของพวกหมู ทำให้เจ้าหมูสเควลเลอร์ ต้องออกมาทำหน้าที่สื่อสารกับสัตว์ทุกตัวว่า “อย่าคิดว่าพวกหมูกำลังทำในสิ่งที่เห็นแก่ตัวและมีอภิสิทธิ์นะ หมูไม่ได้ชอบนมและแอปเปิ้ลหรอก แต่พวกเราเป็นสัตว์ที่ต้องใช้สมอง จำเป็นต้องรักษาสุขภาพของตนเอง เพราะคงไม่มีใครอยากให้นายโจนส์กลับมาหรอกใช่ไหม” เพียงแค่พูดชื่อนายโจนส์ เจ้าของเก่า สัตว์ทุกตัวก็หัวหดและยอมรับโดยปริยายว่าน้ำนมและแอปเปิ้ลจะสงวนไว้เพื่อพวกหมูเท่านั้น!ความขัดแย้งครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อหมูสโนว์บอลเสนอในที่ประชุมว่า ในฟาร์มควรมีกังหันลมเพื่อมาช่วยสร้างพลังงานไฟฟ้าทดแทนแรงงานสัตว์ อีกทั้งยังทำให้ช่วยคลายหนาวให้บรรดาสัตว์ได้ ซึ่งต้องใช้แรงงานสร้าง 1 ปี แต่หลังจากมีกังหันลมแล้ว สัตว์ทุกตัวจะสบายขึ้นและทำงานน้อยลงเหลือเพียง 3 วัน/สัปดาห์ ขณะที่หมูสโนว์บอลอภิปราย หมูนโปเลียนนิ่งเงียบไม่ไหวติง แต่พูดเพียงว่า “สิ่งที่สโนว์บอลทำจะต้องล้มเหลว”บรรดาสัตว์ทั้งหลายเมื่อฟังการอภิปรายก็พูดกันว่า ถ้าสนับสนุนสโนว์บอล ได้ทำงาน 3 วันต่อสัปดาห์ แต่ถ้าสนับสนุนนโปเลียน ได้อาหารเต็มราง ด้านเจ้าลาเบนจามิน เป็นตัวเดียวที่ดูนิ่งเฉยไม่อยู่ฝ่ายใด และมันไม่เชื่อว่าจะมีอาหารสมบูรณ์กว่าเดิม ไม่เชื่อว่ากังหันลมจะลดเวลาทำงานได้ มันเชื่อว่าชีวิตต้องดำเนินไปอย่างเคย คือ “ทุกข์ยากลำเค็ญ”เมื่อวันลงคะแนนเสียงเรื่องสร้างกังหันลมมาถึง หมูสโนว์บอลลุกขึ้นอภิปรายด้วยคำพูดสวยหรู ส่วนนโปเลียนอภิปรายกลับเพียงว่า “กังหันลมเป็นเรื่องเหลวไหล” จากนั้นเขาก็ปล่อยหมาทั้ง 9 ตัวที่แอบเลี้ยงไว้ ออกมาไล่งับเจ้าหมูสโนว์บอล จนต้องหนีเตลิดออกไปจากแอนิมอลฟาร์ม และไม่ได้กลับมาอีกเลย!เมื่อฟาร์มไม่มีสโนว์บอลแล้ว เจ้าหมูนโปเลียนจึงประกาศยกเลิกการประชุมทุกวันอาทิตย์ และสั่งให้ปัญหาทุกอย่างเกี่ยวกับการปฏิบัติงานในฟาร์มเป็นหน้าที่คณะกรรมการหมูคณะพิเศษ โดยมีตัวเองเป็นประธาน ด้านหมูสเควลเลอร์ก็ออกมาทำหน้าที่อีกครั้ง โดยการบอกว่า “คงไม่มีใครคิดหรอกนะว่าการเป็นผู้นำเป็นเรื่องสนุกสนาน ในทางตรงกันข้าม มันเป็นความรับผิดชอบที่ลึกซึ้งและหนักอึ้ง”ไม่มีสหายตัวไหนที่จะมีความเชื่ออย่างหนักแน่นกว่าสหายนโปเลียนอีกแล้วที่ว่า สัตว์ทุกตัวมีความเสมอภาคกัน สหายนโปเลียนจะมีความสุขมากหากพวกเจ้าสามารถตัดสินใจเรื่องราวต่างๆ ด้วยตัวพวกเจ้าเอง แต่เพราะบางครั้งพวกเจ้าอาจจะตัดสินใจผิดพลาด ความกล้าหาญยังเป็นสิ่งที่ไม่เพียงพอ ความภักดีและความเชื่อฟังเป็นเรื่องที่สำคัญมากกว่า การก้าวเดินที่ผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจทำให้ศัตรูมีชัยเหนือเรา แน่นอนคงไม่มีใครอยากให้นายโจนส์กลับมา
64764445_352063595506182_5679505516317900800_n.jpg
ถ้าทุกคนอยากดูเป็นการ์ตูนก็มีนะค่ะที่ยูทูปพิมพ์ค้นหาได้เลยค่ะว่า Animal Farm หวังว่าเพื่อนๆจะชอบนะคะ

25

comments